ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

เป็นธรรมดาที่ท่านจะรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกับโรคไอบีดี (inflammatory bowel disease, IBD) แม้ความเศร้า หรือเครียดจากโรคไอบีดีอาจเกิดขึ้น เป็นครั้งคราว แต่สำคัญอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหากมีอาการเรื้อรังติดต่อกันหลายสัปดาห์ ภาวะซึมเศร้าพบบ่อยกว่าในผู้ป่วยโรคโครห์น (Crohn's disease) และโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (ulcerative colitis) เมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคอื่น และประชากรทั่วไป นอกจากนี้ภาวะวิตกกังวลก็พบบ่อยในผู้ป่วยโรคไอบีดีเช่นเดียวกัน ท่านต้องตระหนักถึงสัญญาณที่แสดงว่าท่านกำลังเผชิญปัญหาทางอารมณ์ และพบผู้เชี่ยวชาญ ด้านสุขภาพเช่นเดียวกับเมื่อท่านมีอาการป่วยทางกาย

ข้อมูลดังต่อไปนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจ และสามารถรับมือกับผลกระทบด้านอารมณ์ของโรคไอบีดี

ภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์อันเป็นสาเหตุให้เกิดความรู้สึกเศร้าและสูญเสียความสนใจ ภาวะซึมเศร้าอาจทำให้ท่านรู้สึกเหนื่อยล้า ไร้ค่า อับจนหนทาง และสิ้นหวัง นอกจากนี้ยังส่งผลให้การทำกิจกรรมประจำวันกลายเป็นเรื่องยาก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับโรคเรื้อรังอาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ภาวะซึมเศร้า มักรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา เราสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้ใบประเมินจากบุคลากรด้านการดูแลสุขภาพทั้งอาการทางกายจากโรคไอบีดี และอาการทางอารมณ์

แบบทดสอบสำหรับคัดกรองภาวะซึมเศร้า

ท่านควรได้รับการประเมินจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญหากท่านมีอาการอย่างน้อย 5 ข้อติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ ดังนี้

  • มีอารมณ์เศร้า วิตกกังวล หรือ "ว่างเปล่า" ติดต่อกัน
  • รู้สึกสิ้นหวัง มองในแง่ลบ
  • รู้สึกผิด ไร้ค่า หมดหนทาง
  • หมดความสนใจหรือความสนุกในงานอดิเรก และกิจกรรมที่ท่านเคยเพลิดเพลิน รวมถึงเพศสัมพันธ์
  • เรี่ยวแรงถดถอย เหนื่อยอ่อน รู้สึกว่าตัวเอง "ช้าลง"
  • มีปัญหาด้านสมาธิ ความจำ การตัดสินใจ
  • นอนไม่หลับ ตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือนอนข้ามวัน
  • เบื่ออาหารและ/หรือน้ำหนักลด หรือรับประทานมากเกินไป และน้ำหนักขึ้น
  • กระสับกระส่าย กระวนกระวาย

การรักษาสำหรับภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้ารักษาได้ ท่านควรปรึกษานักบำบัดซึ่งมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การรักษาอาการซึมเศร้ามักใช้เวลาในการรักษาแต่การเข้ารับการรักษา สามารถช่วยให้ท่านมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั้งด้านอารมณ์ คุณภาพชีวิต และการรับมือกับโรคไอบีดี

การบำบัดความคิด และพฤติกรรม (cognitive behavioral therapy, CBT)

การรักษายืนยันว่าได้ผลดีสำหรับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ท่านและนักจิตบำบัดจะร่วมกันระบุสาเหตุ และเปลี่ยนรูปแบบความคิด รวมถึงพฤติกรรมที่ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า

การรักษาด้วยยา

ยาอาจมีความจำเป็นควบคู่กับการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญ แพทย์เฉพาะทางโรคทางเดินอาหารของท่าน อาจพิจารณาสั่งยาต้านซึมเศร้าเพื่อรักษาสภาวะอารมณ์ของท่านให้คงที่ หรืออาจแนะนำให้ท่านปรึกษาจิตแพทย์

การดูแลภาวะซึมเศร้าเมื่ออยู่ที่บ้าน

มีหลายสิ่งที่ท่านสามารถทำได้เพื่อรับมือกับความรู้สึกเชิงลบระหว่างที่ท่านกำลังได้รับการรักษาภาวะซึมเศร้า เราต้องเข้าใจตรงกันว่าการรู้สึกดีขึ้นนั้นต้องใช้เวลา อารมณ์ของท่านจะไม่ดีขึ้นทันทีแต่จะดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีคำแนะนำดังนี้

  • กำหนดเป้าหมายที่ทำได้จริง กำหนดความรับผิดชอบในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับภาวะซึมเศร้าของท่าน
  • กำหนดลำดับความสำคัญ และย่อยกิจกรรมใหญ่ให้เป็นกิจกรรมเล็ก เตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมอย่างเต็มที่
  • หาเวลาพบปะคนอื่น การได้อยู่กับเพื่อนที่ไว้ใจ หรือคนในครอบครัวมักรู้สึกดีกว่าเก็บตัวอยู่คนเดียว
  • ร่วมกิจกรรมที่อาจช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้น เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ ดูภาพยนตร์ ดูกีฬา หรือเข้าร่วมกิจกรรม ทางศาสนา หรือกิจกรรมทางสังคม
  • ชะลอการตัดสินใจเรื่องสำคัญไปจนกว่าจะหายจากภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจเรื่องเปลี่ยนงาน แต่งงาน หรือขอหย่า ปรึกษาการตัดสินใจเรื่องสำคัญกับเพื่อนที่ไว้ใจได้ หรือคนในครอบครัวซึ่งเข้าใจ สถานการณ์ของท่านเป็นอย่างดี
  • อย่าคาดหวังว่าจะ "หายทันที" แต่ควรคาดหวังว่าในแต่ละวันจะรู้สึกดีขึ้นทีละน้อย
  • ขอคำแนะนำ และรับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวและเพื่อน
  • ตระหนักว่าการคิดบวกสามารถแทนที่การคิดลบในที่สุด เมื่อภาวะซึมเศร้าเริ่มตอบสนองต่อการรักษา

ภาวะวิตกกังวน

ภาวะวิตกกังวลประกอบด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก กังวล และวิตก เมื่อภาวะวิตกกังวลเริ่มเรื้อรัง และรุนแรงก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตของท่าน

ท่านอาจพิจารณาเข้าคอร์สบำบัดภาวะวิตกกังวล หรือขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หากอาการดังต่อไปนี้รบกวนท่านต่อเนื่องหลายวันในระยะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อท่านทั้งในแง่ การทำงานและความสัมพันธ์

  • รู้สึกกังวล วิตก หรือกระวนกระวาย
  • ไม่สามารถยับยั้ง หรือควบคุมความกังวล
  • กังวลกับสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป
  • ผ่อนคลายได้ยาก
  • รู้สึกกระสับกระส่าย ไม่อาจนั่งนิ่ง
  • รู้สึกรำคาญ หรือหงุดหงิดง่าย
  • รู้สึกหวาดกลัวราวกับจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

การจัดการกับภาวะวิตกกังวล

เป็นธรรมดาที่ท่านจะรู้สึกกังวล และเครียดกับการดูแลโรคของท่าน อย่างไรก็ดีการลดความเครียด และวิตกกังวลจะช่วยให้ท่านรักษาสมดุลที่ดีของอารมณ์

  • ฝึกการผ่อนคลาย และปรับการหายใจ
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบา ๆ เช่น เดินหรือว่ายน้ำ
  • ยาสำหรับควบคุมอารมณ์ และจิต
  • ฝึกควบคุมร่างกายด้วยวิธี biofeedback
  • อ่านหนังสือ ฟังเพลง วาดมโนทัศน์ เขียนหนังสือ
  • ทำงานอดิเรก หรือกิจกรรมที่ท่านชอบก่อนที่จะตรวจพบโรค
  • ฝึกโยคะ หรือไทเก็ก
  • การบำบัดความคิด และพฤติกรรม หรือจิตบำบัดโดยนักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญ
  • ฝึกสมาธิ หรือสะกดจิต
  • เข้าร่วมกลุ่มบำบัดออนไลน์ หรือกลุ่มบำบัดในท้องถิ่น
  • จัดตั้งเครือข่ายซึ่งรวมเพื่อน ครอบครัว และบุคลากรด้านการแพทย์

การจัดการกับความเครียด


ความเครียดเป็นการตอบสนองทางฮอร์โมนต่อสถานการณ์ซึ่งบังคับให้ท่านต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เร่งไปประชุมให้ทันเวลา หรือรับมือกับการเจ็บป่วยครั้งใหญ่ การหลั่งฮอร์โมนดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้ตัดสินใจที่จะ "สู้ หรือ หนี" และเป็นสาเหตุให้ร่างกายตอบสนองในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อแตก และกล้ามเนื้อเกร็งตัว

ความเครียดไม่ได้เลวร้ายเสียทั้งหมด! ทุกคนล้วนแต่ต้องพบกับความเครียดระดับหนึ่ง เพื่อที่จะดำเนินชีวิตประจำวัน การมี "ความเครียดที่ดี" อยู่บ้างจะกระตุ้นให้ท่าน มีศักยภาพที่ดี หลีกเลี่ยงอันตราย หรือรู้สึกตื่นเต้น

การเผชิญกับปัจจัยก่อความเครียด เช่น เหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวด หรือการเปลี่ยนวิถีชีวิตในทางลบสามารถกระตุ้น "ความเครียดที่เลว" ซึ่งอาจเป็นอันตราย ต่อสุขภาพกาย และจิตของท่าน ความเครียดที่เลวอาจเกิดจากโรคไอบีดีโดยเฉพาะ เมื่อท่านกังวลว่าอาการจะส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันอย่างไร

ท่านอาจใช้การแก้ปัญหาโดยมุ่งเน้นที่อารมณ์ (emotion-focused strategies) เมื่อเผชิญหน้ากับปัจจัยก่อความเครียดที่ท่านไม่สามารถควบคุมได้ ดังนี้

  • ยอมรับสถานการณ์
  • อาศัยการสนับสนุนจากสังคม เช่น ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
  • ผ่อนคลายตัวเอง
  • พูดถึงสิ่งที่ดีกับตัวเอง เช่น "ฉันได้ทำดีที่สุดแล้ว"
  • ปล่อยวางและเดินหน้าต่อไป ท่านยังอาจลดความเครียดโดยวางแผนล่วงหน้าหากอาการท้องเสีย หรือปวดท้อง ทำให้ท่านกลัวการอยู่ในที่สาธารณะ
  • ตรวจสอบตำแหน่งห้องน้ำที่ใกล้กับเป้าหมายของท่านมากที่สุด
  • พกเครื่องใช้ฉุกเฉิน เช่น ชุดชั้นใน กระดาษชำระ หรือทิชชูเปียก