โรค IBD ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ผลกระทบต่อผู้ป่วย

แม้ว่าผู้ป่วยโรคโครห์น (Crohn's disease) และโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (ulcerative colitis) สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อใดก็ตามที่โรคกำเริบก็อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นทั้งภายในหรือภายนอกระบบทางเดินอาหาร จากการศึกษาทบทวนพบว่า

โรคโครห์นพบภาวะแทรกซ้อนในทางเดินอาหาร (เช่น ลำไส้ตีบตัน)

  • ประมาณร้อยละ 33 ของผู้ป่วย เมื่อตรวจพบโรค
  • ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยในช่วง 20 ปี หลังตรวจพบโรค

สำหรับโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรังพบว่า:

  • ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยมีโรคไม่รุนแรง เมื่อตรวจพบโรค
  • ประมาณร้อยละ 19 ของผู้ป่วยมีโรครุนแรง เมื่อตรวจพบโรค
  • ร้อยละ 90 เกิดอาการกำเริบอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 25 ปี หลังตรวจพบโรค

ผู้ป่วยโรค IBD มักได้รับการรักษาที่คลินิกหรือสถานพยาบาลซึ่งให้บริการแบบผู้ป่วยนอก แต่บางครั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน หรือ/และ เตรียมการผ่าตัด

โรคโครห์น

  • สถิติการรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกสำหรับโรคโครห์นเมื่อปี 2004 สูงถึง 1.1 ล้านครั้ง (จำนวนครั้งการเข้ารับบริการรวบรวมจากผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ คลินิกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล และห้องฉุกเฉิน)
  • สถิติการสั่งจ่ายยาสำหรับการรักษาโรคโครห์นเมื่อปี 2004 สูงถึง 1.8 ล้านชุด
  • เมื่อปี 2010 มีการนอนโรงพยาบาลจากโรคโครห์นสูงถึง 187,000 ครั้ง

โรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง

  • เมื่อปี 2004 มีตัวเลขการรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก เนื่องจากโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง 716,000 ครั้ง
  • การสั่งจ่ายยาสำหรับการรักษาโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรังเมื่อปี 2004 สูงถึง 2.1 ล้านชุด
  • เมื่อปี 2010 มีการนอนโรงพยาบาลจากโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง สูงถึง 107,000 ครั้ง

การใช้บริการระบบสุขภาพ

สุขภาพจิต

การมีโรคเรื้อรังเช่น IBD อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต อาการของ IBD อาจกำเริบขึ้นและอาจทำให้มีอาการปวด ไม่สบาย และทำให้ เกิดความอับอาย ซึ่งผู้ป่วย IBD อาจมีอารมณ์ตอบสนองต่อภาวะดังกล่าวแตกต่างกันไป

โดยที่อาการของ IBD มักจะคาดเดาไม่ได้และบางครั้งก็มีอาการรุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยบางรายมีอารมณ์โกรธ วิตกกังวล หวาดกลัว และมีภาวะเครียดตามมาได้ นอกจากนี้ สถานการณ์ที่ตึงเครียด (แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวโรค) ก็ยังอาจกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบได้

ผู้ป่วย IBD อาจมีโรคซึมเศร้าเป็นภาวะผิดปกติรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย IBD อย่างไรก็ดีโรคซึมเศร้าสามารถรักษาได้ด้วยการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา หรือยาต้านซึมเศร้า การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและกลุ่มสนับสนุนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรับมือกับผลกระทบทางจิตจาก IBD

ภาระด้านการเงิน

โรค IBD ก่อให้เกิดรายจ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลทางตรงมาจากการนอนโรงพยาบาล ค่าบริการของแพทย์ ยาที่แพทย์สั่งจ่ายยาจำหน่ายหน้าเคาเตอร์ ค่าบริการของพยาบาล การวินิจฉัย รวมถึงบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายทางอ้อมเกิดจากการสูญเสียรายได้หรือผลิตภาพตลอดจน การการสูญเสียเวลาพักผ่อน ซึ่งภาระการเงิน (รวมรายจ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม) จากโรค IBD ในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ราวปีละ 14,600 – 31,600 ล้านดอลลาร์

รายจ่ายทางตรง

  • การศึกษาประเมินว่าโรคโครห์นก่อให้เกิดรายจ่ายทางตรงปีละ 8,265 ดอลลาร์/คน (อ้างอิงจากข้อมูลการเรียกร้องค่าสินไหมปี 2003-2004 ในสหรัฐอเมริกา) ถึง 18,963 ดอลลาร์/คน (อ้างอิงจากฐานข้อมูล MarketScan ปี 1999-2005)
  • การศึกษาประเมินว่าโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรังก่อให้เกิดรายจ่ายทางตรงระหว่าง 5,056 ดอลลาร์/คน (อ้างอิงจากข้อมูลการเรียกร้องค่าสินไหมปี 2003-2004 ในสหรัฐอเมริกา) ถึง 15,020 ดอลลาร์/คน (อ้างอิงจากฐานข้อมูล MarketScan ปี 1999-2005)
  • เมื่อเทียบเคียงข้อมูลข้างต้นกับตัวเลขประมาณการความชุกของโรค IBD ในปัจจุบัน (ผู้ป่วยโรคโครห์น 780,000 รายและโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง 907,000 ราย) คาดว่ารายจ่ายโดยตรงในแต่ละปีสำหรับผู้ป่วย IBD ทั้งหมด (รวมโรคโครห์นและโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง) ในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ระหว่าง 11,000 - 28,000 ล้านดอลลาร์

รายจ่ายทางอ้อม

ข้อมูลจากการสำรวจเมื่อปี 1999 ในสหรัฐอเมริกาชี้ว่าราวร้อยละ 32 ของผู้ป่วย IBD ที่มีอาการต้องออกจากงานในช่วงหนึ่งปีก่อนการสำรวจ ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดรายจ่ายทางอ้อมราว 5,228 ดอลลาร์/คนและทำให้ตัวเลขรวมรายจ่ายทางอ้อมจากโรค IBD เมื่อปี 1999 ขึ้นไปอยู่ที่ 3,600 ล้านดอลลาร์

ที่มา
https://www.crohnscolitisfoundation.org/sites/default/files/2019-02/Updated%20IBD%20Factbook.pdf