ทั่วโลกมีคนเป็น IBD มากน้อยแค่ไหนกันนะ

ประเมินว่าสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยเป็นโรคโครห์น (Crohn's disease, CD) หรือโรคลำไส้อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง(ulcerative colitis, UC) ราว 1.6 ล้านคน โดยมีตัวเลขผู้ป่วย IBD รายใหม่ราวปีละ 70,000 ราย

ผู้ป่วยใหม่ (อุบัติการณ์ของโรค)

การศึกษาระยะยาวตั้งแต่ปี 1940-2011 ที่เมืองโอล์มสเตด รัฐมิเนโซตาของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอุบัติการณ์ของ IBD รายงานตัวเลขผู้ป่วย UC ใหม่ในแต่ละปีอยู่ที่ 12.2 รายต่อ 100,000 คน (มีผู้ป่วยใหม่ราวปีละ 38,000 ราย) ขณะที่จำนวนผู้ป่วย CD ใหม่ในแต่ละปีที่ 1.7 รายต่อประชากร 100,000 คน (มีผู้ป่วยใหม่ราวปีละ 33,000 ราย)


ผู้ป่วยเดิม (ความชุกของโรค)

เมื่อเทียบข้อมูลจากการศึกษาที่เมืองโอล์มสเตดกับจำนวนประชากรสหรัฐคาดว่าปัจจุบันสหรัฐมีผู้ป่วย CD ราว 780,000 รายและ UC ราว 907,000 ราย

อายุ

แม้ CD และ UC เกิดได้กับทุกวัยแต่ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มประชากรอายุระหว่าง 15-35 ปี ข้อมูลจากการศึกษาที่เมืองโอล์มสเตดชี้ว่ามัธยฐานอายุที่ตรวจพบ UC เท่ากับ 34.9 ปี และ CD เท่ากับ 29.5 ปี

เพศ

โดยทั่วไปพบ IBD ได้เท่ากันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง อย่างไรก็ดีการศึกษาวิจัยในทวีปอเมริกาเหนือส่วนใหญ่บ่งชี้ว่า UC มักพบบ่อยกว่าในผู้ชาย และผู้ชายยังมีแนวโน้มสูงกว่าต่อการตรวจพบ UC ในช่วงอายุ 50 ปีและ 60 ปี

การกระจายด้านภูมิศาสตร์

IBD มักพบในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะในเมืองใหญ่และในประเทศเมืองหนาว อย่างไรก็ดีรูปแบบการกระจายของโรคเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องดังที่แคนาดามีอัตราอุบัติการณ์ของ CD สูงสุด ขณะที่อัตราอุบัติการณ์สูงสุดของUC ก็มีรายงานในเดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ และสหรัฐ อนึ่ง มีการศึกษาทางระบาดวิทยา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในแวดวงการดูแลรักษา IBD สองการศึกษาในสหรัฐอเมริกา (ดำเนินการศึกษาในแคลิฟอร์เนียและมิเนโซตา) โดยผลลัพธ์จากการศึกษาดังกล่าวได้แสดงไว้ในรูป

    เชื้อสายและชาติพันธ์

    โรค IBD สามารถพบได้ในทุกเชื้อสายและชาติพันธุ์ อย่างไรก็ปัจจุบันยังคงมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับอุบัติการณ์และความชุกของ IBD ในชนกลุ่มน้อย การศึกษาขนาดเล็กในผู้ป่วย IBD ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประเมินผลจากตัวแปรด้านเชื้อชาติในกลุ่มตัวอย่างเชื้อสายคอเคเชียน แอฟริกันอเมริกัน ฮิสแปนิก และเอเชียน

    การศึกษาชี้ว่ากลุ่มเอเชียน มักตรวจพบ IBD เมื่ออายุมากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มคอเคเชียนและแอฟริกันอเมริกัน เช่นเดียวกับกลุ่มฮิสแปนิกซึ่งตรวจพบโรคเมื่ออายุมากกว่ากลุ่มคอเคเชียน นอกจากนี้พบด้วยว่ากลุ่มคอเคเชียนมีสัดส่วนของผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็น IBD สูงกว่ากลุ่มแอฟริกันอเมริกันหรือเอเชียน

    อีกการศึกษาหนึ่งรายงานว่าบุคคลหลายเชื้อชาติซึ่งอพยพมาจากประเทศที่พบ UC น้อยกลับมีอัตราการเกิด UC สูงขึ้นหลังจากมาตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐ ข้อมูลนี้เสนอแนะว่าเชื้อสายและชาติพันธุ์เพียงอย่างเดียวน่าจะไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคและปัจจัยแวดล้อมที่ยังไม่ทราบแน่ชัดก็น่าจะมีบทบาทสำคัญ

    ความแปรปรวนจากเชื้อสาย

    ข้อมูลจากการศึกษา Multicenter African American IBD Study และ National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases IBD Genetics Consortium เสนอว่าอาการและตำแหน่งของโรคอาจแตกต่างกันระหว่างแต่ละกลุ่มเชื้อสายและชาติพันธุ์ CD ที่พบในกลุ่มแอฟริกันอเมริกันมักเกิดที่ตำแหน่งลำไส้ใหญ่หรือทางเดินอาหารส่วนบน (หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น) เมื่อเทียบกับโรคที่พบในกลุ่มคอเคเชียน และกลุ่มแอฟริกันอเมริกันก็มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคที่ลำไส้เล็กส่วนปลายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มคอเคเชียน

    กลุ่มแอฟริกันอเมริกันยังมีแนวโน้มสูงกว่าต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนนอกลำไส้ เช่น uveitis (ตาบวมและมีอาการระคายเคือง) ขณะที่ภาวะผิดปกติทางผิวหนังซึ่งเรียกว่า erythema nodosum (ตุ่มแดงใต้ผิวหนัง) ก็มีความชุกสูงกว่าในกลุ่มฮิสแปนิก

    ประชากรกลุ่มพิเศษ

    แม้ IBD เกิดได้กับทุกเพศและทุกวัยแต่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น เด็ก ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และผู้ใหญ่อายุมาก

    เด็ก

    ผู้ป่วย IBD ส่วนใหญ่มักตรวจพบโรคหลังอายุ 15 ปี แม้อาจพบโรคเมื่ออายุน้อยกว่านี้แต่ก็พบน้อยมากในเด็กอายุน้อยกว่า 8 ปี การศึกษาที่ผ่านมาประเมินว่าราวร้อยละ 5 ของผู้ป่วย IBD ในสหรัฐเป็นผู้ป่วยเด็ก (<20 ปี) หากเทียบข้อมูลนี่กับแนวโน้มปัจจุบันของโรคก็คาดว่าอาจมีเด็กป่วยเป็น IBD ราว 80,000 รายในสหรัฐข้อมูลในผู้ป่วยเด็กบ่งชี้อัตราการเกิด CD ที่พบมากกว่า UC ราวสองเท่า และอัตราการพบ IBD ในเด็กชาย (โดยเฉพาะ CD) สูงกว่าในเด็กหญิงเล็กน้อย

    IBD ที่ตรวจพบในวัยเด็กมักรุนแรงกว่าเมื่อพบในวัยผู้ใหญ่ เด็กที่ป่วยเป็น IBD บางรายมีปัญหาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้าและโตต่ำกว่าเกณฑ์ โดยประเมินว่าราวหนึ่งในสามของเด็กที่เป็น CD และราวหนึ่งในสิบของเด็กที่เป็น UC มีส่วนสูงวัยผู้ใหญ่ต่ำกว่าเกณฑ์อันเป็นผลจาก IBD

    ผู้หญิง

    มีข้อควรระวังด้านการปฏิสนธิและตั้งครรภ์สำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ซึ่งป่วยเป็น IBD ผู้หญิงซึ่งเป็น CD หรือ UC มีอัตราการปฏิสนธิเป็นปกติในช่วงโรคสงบ ทว่าการปฏิสนธิและมีบุตรอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวในช่วงที่โรคกำเริบ

    ผู้ป่วย UC อาจจำเป็นต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรงออก การศึกษาชี้ว่าอัตราการปฏิสนธิลดลงราวหนึ่งในสามในผู้หญิงซึ่งได้รับการผ่าตัดลำไส้เล็ก (ileoanal J-pouch surgery) โดยเชื่อว่าเป็นผลจากการเกิดแผลเป็นและ/หรือการอุดตันของท่อนำไข่อันเป็นผลจากการอักเสบและ/หรือการเกิดแผลเป็นหลังผ่าตัด

    ทางที่ดีผู้หญิงซึ่งเป็น IBD ควรมีโรคสงบมาแล้วหกเดือนก่อนเริ่มตั้งครรภ์ การปฏิสนธิในช่วงโรคสงบหรือมีโรคไม่รุนแรงแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการคลอด อย่างไรก็ดีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การแท้ง การตายคลอด และภาวะบกพร่องด้านพัฒนาการสูงขึ้นในช่วงที่โรคกำเริบระหว่างปฏิสนธิและระหว่างตั้งครรภ์

    ผู้หญิงซึ่งเป็น CD ส่วนใหญ่สามารถคลอดธรรมชาติ อย่างไรก็ดีการผ่าคลอดอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมในรายที่เป็นฝีคัณฑสูตร

    ผู้ใหญ่อายุมาก

    ราวร้อยละ 8-16 ของผู้ป่วย IBD ตรวจพบโรคเมื่ออายุตั้งแต่ 60 ปี ส่วนใหญ่แล้วอาการและลักษณะของโรคซึ่งพบในผู้สูงอายุก็ไม่ต่างจากโรคที่ตรวจพบในคนอายุน้อย อย่างไรก็ดีอาการท้องร่วงและเลือดออกมักพบมากกว่าในผู้ใหญ่อายุมากเมื่อเทียบกับผู้ป่วยอายุน้อยกว่า

    นอกจากนี้ผู้ใหญ่อายุมากมักพลาดการตรวจ IBD หรือตรวจช้าเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่อายุน้อยกว่า

    ผู้ป่วย IBD ซึ่งอายุมากกว่า 60 ปีมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากยาที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากสเตียรอยด์ใกล้เคียงกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 65 ปี

    ที่มา

    https://www.crohnscolitisfoundation.org/sites/default/files/2019-02/Updated%20IBD%20Factbook.pdf